บทที่ 12 เจตจำนงสวรรค์
บทที่ 12 : เจตจำนงสวรรค์
วันพิธีบรรลุราชันเซียน
สำนักกระบี่สวรรค์ที่เคยเงียบเหงาหลังจากผู้อาวุโสใหญ่หนีไป กลับคึกคักอีกครั้ง เพราะวันนี้ไม่เพียงแต่เป็นพิธีบรรลุของหลินชิงเยว่เท่านั้น แต่ยังมีสำนักใหญ่จากทั่วทั้งแคว้นชิงโจวมาร่วมเป็นสักขีพยาน
สำนักดาบวายุ สำนักหมัดเหล็ก ตระกูลหลิน ตระกูลเซียว แม้แต่ราชวงศ์ของแคว้นก็ส่งองค์ชายมาด้วยตัวเอง
ทุกคนอยากเห็นราชันเซียนที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์
แท่นบูชากลางสำนักถูกประดับด้วยธงสีขาวและสีฟ้า หลินชิงเยว่ในชุดราชันเซียนสีขาวสลับดำยืนอยู่ตรงกลางแท่น พลังราชันเซียนขั้นต้นแผ่ออกมาทำให้อากาศรอบตัวนางกลายเป็นน้ำแข็ง
ด้านล่างแท่น ผู้คนนับพันกำลังปรบมือด้วยความอิจฉาและเคารพ
มีเพียงคนเดียวที่นั่งอยู่บนหลังคาตำหนักหลัก มองดูพิธีด้วยสายตาเย็นชา
เซียวอู๋จี้
เขาสวมชุดสีดำสนิท ดวงตาสีดำของเขามองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่วันนี้แจ่มใสผิดปกติ แจ่มใสจนไม่มีเมฆแม้แต่ก้อนเดียว
"มาแล้วหรือ..." เขาพึมพำ
เทียนเจี้ยนที่นั่งดื่มเหล้าอยู่ข้างๆ วางขวดเหล้าลง ดวงตาของเขาก็จริงจังขึ้นมา
"ระวังให้ดี เจตจำนงสวรรค์ไม่เคยปรากฏตัวเป็นร่างมนุษย์มาก่อนในรอบหมื่นปี หากวันนี้มันมา แสดงว่ามันกลัวเจ้าจริงๆ"
บนแท่นบูชา พิธีเริ่มต้นขึ้น
ผู้อาวุโสที่เหลืออยู่ของสำนักกระบี่สวรรค์อ่านคำประกาศด้วยเสียงสั่นๆ
"วันนี้ หลินชิงเยว่ ศิษย์สายตรงยอดเขากระบี่เมา ได้บรรลุเป็นราชันเซียนขั้นต้นในวัยสิบหกปี! ตามกฎของแคว้น นางจะได้รับตำแหน่ง..."
ยังอ่านไม่ทันจบ
ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสก็มืดลงอย่างกะทันหัน!
ไม่ใช่เมฆ แต่เป็น... รอยแยก!
รอยแยกสีทองขนาดใหญ่ฉีกท้องฟ้าออกเป็นสองส่วน แสงสีทองสาดลงมาปกคลุมทั้งสำนักกระบี่สวรรค์ ทุกคนรู้สึกเหมือนมีภูเขาขนาดใหญ่กดทับลงบนบ่า แม้แต่ราชันเซียนอย่างหลินชิงเยว่ยังต้องคุกเข่าลง
จากรอยแยกนั้น ร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งค่อยๆ ลอยลงมา
เขาสวมชุดสีทองที่ไม่มีรอยยับแม้แต่น้อย ใบหน้าของเขาหล่อเหลาจนไม่เหมือนมนุษย์ แต่ดวงตาของเขาไม่มีสีขาว ไม่มีสีดำ มีเพียงแสงสีทองที่หมุนวนอยู่ข้างในเหมือนดวงดาว
เขาไม่มีลมหายใจ ไม่มีการเต้นของหัวใจ เพราะเขาไม่ใช่คน
เขาคือเจตจำนงของโลกใบนี้
เจตจำนงสวรรค์!
"คารวะเจตจำนงสวรรค์!"
ทุกคนในสำนักคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว มีเพียงเซียวอู๋จี้และเทียนเจี้ยนที่ยังนั่งอยู่บนหลังคา
เจตจำนงสวรรค์มองไปที่หลินชิงเยว่ที่คุกเข่าอยู่บนแท่นบูชา
"ครรภ์น้ำแข็งเก้าตาย... หลอมรวมกับไฟอสุรา... น่าสนใจ แต่ยังไม่ใช่สิ่งที่ข้าตามหา"
แล้วมันก็หันไปมองที่หลังคาตำหนักหลัก
สายตาของมันสบเข้ากับดวงตาสีดำของเซียวอู๋จี้
"เจอแล้ว"
คำพูดเพียงสองคำ แต่ทำให้ทั้งสำนักสั่นสะเทือน
เจตจำนงสวรรค์ยกมือขึ้นชี้ไปที่เซียวอู๋จี้
"เซียวอู๋จี้ จอมเทพอสุราเมื่อสามพันปีก่อน ผู้ที่ข้าเคยสั่งให้ฆ่าไปแล้ว เหตุใดวิญญาณของเจ้ายังกล้ากลับมา? และยังกล้าขโมยเมล็ดพันธุ์ของข้าไปอีก?"
เมล็ดพันธุ์!
คำนั้นทำให้ทุกคนหันไปมองเซียวอู๋จี้ด้วยความสงสัย
เซียวอู๋จี้ยืนขึ้นบนหลังคาแล้วลอยลงมาอยู่ตรงหน้าเจตจำนงสวรรค์ ทั้งสองคนลอยอยู่กลางอากาศห่างกันเพียงสิบเมตร
"เมล็ดพันธุ์หรือ?" เซียวอู๋จี้ยิ้มเย็น "เจ้าหมายถึงบัวอสุรานิรันดร์ที่เจ้าฝังไว้ในตัวข้าเมื่อสามพันปีก่อน เพื่อรอวันที่ข้าแข็งแกร่งพอแล้วเจ้าจะได้กลืนข้าใช่ไหม?"
เจตจำนงสวรรค์พยักหน้าโดยไม่ปิดบัง "ถูกต้อง บัวอสุรานิรันดร์คือส่วนหนึ่งของข้า ข้าให้มันแก่เจ้าเพราะเจ้าคืออัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบหมื่นปี ข้าอยากให้เจ้าแข็งแกร่งที่สุด แล้วข้าจะได้กลืนเจ้ากลายเป็นส่วนหนึ่งของข้า ข้าจะได้สมบูรณ์แบบ"
"แต่เจ้า... กลับถูกความกลัวครอบงำแล้วสั่งให้คนรักของข้าฆ่าข้าก่อนที่ข้าจะบรรลุเป็นมหาเทพ เพราะเจ้ากลัวว่าข้าจะแข็งแกร่งกว่าจนเจ้าควบคุมไม่ได้ ใช่ไหม?"
เจตจำนงสวรรค์เงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า "ความกลัวคือสัญชาตญาณของทุกชีวิต แม้แต่สวรรค์ก็กลัวตาย"
"ดี" เซียวอู๋จี้หัวเราะออกมาดังลั่น "ในที่สุดเจ้าก็ยอมรับแล้วว่าเจ้าไม่ใช่สวรรค์ที่ยุติธรรม แต่เป็นแค่สัตว์ที่กลัวตายตัวหนึ่งเหมือนกัน!"
"เจ้ามีสองทางเลือก" เจตจำนงสวรรค์พูดด้วยเสียงที่ไร้อารมณ์ "หนึ่ง สละตัวเอง ทำลายบัวอสุรานิรันดร์ในร่างของเจ้า แล้วข้าจะให้วิญญาณของเจ้าไปเกิดใหม่เป็นคนธรรมดา สอง... ข้าจะฆ่าเจ้าที่นี่ แล้วนำบัวกลับคืนมาเอง"
ทุกคนในสำนักมองไปที่เซียวอู๋จี้ด้วยความตึงเครียด หลินชิงเยว่พยายามลุกขึ้นแต่ถูกพลังของเจตจำนงสวรรค์กดไว้จนลุกไม่ได้
เซียวอู๋จี้มองไปที่บัวสีดำที่ลอยอยู่เหนือหัวใจของเขาในทะเลจิต บัวที่ตอนนี้บานไปแล้วเจ็ดกลีบและกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรงเพราะเจ้านายที่แท้จริงของมันมาแล้ว
หากเขาทำลายบัว เขาจะสูญเสียพลังทั้งหมดและกลายเป็นขยะอีกครั้ง
หากเขาไม่ทำลาย เขาจะต้องสู้กับเจตจำนงสวรรค์ที่แข็งแกร่งกว่าเขาหลายร้อยเท่า
ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งสำนัก
แล้วเซียวอู๋จี้ก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาเปลี่ยนจากสีดำเป็นสีดำสนิทที่มีบัวเก้ากลีบหมุนอยู่ข้างใน
"ข้าเลือกทางที่สาม"
"ทางที่สาม?"
"ข้าจะกลืนเจ้า"
สิ้นเสียงนั้น เซียวอู๋จี้ก็พุ่งเข้าใส่เจตจำนงสวรรค์ด้วยความเร็วที่ไม่มีใครมองเห็น!
มือขวาของเขาที่มีบัวอสุรานิรันดร์ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ พุ่งตรงไปที่หัวใจของเจตจำนงสวรรค์!
"บังอาจ!"
เจตจำนงสวรรค์โกรธจัด มันยกมือขึ้นสร้างโล่แสงสีทองขึ้นมาขวางหน้า
บูม!
การปะทะกันของพลังอสุราและพลังสวรรค์ทำให้ภูเขาทั้งลูกของสำนักกระบี่สวรรค์สั่นไหวอย่างรุนแรง!
แสงสีดำและสีทองปะทะกันจนท้องฟ้าแตกออกเป็นรอยแยกเล็กๆ นับร้อยรอย!
หลินชิงเยว่ที่หลุดจากพลังการกดทับเพราะการปะทะ ตะโกนออกมาด้วยน้ำตา
"เซียวอู๋จี้!!!"
บนท้องฟ้า เซียวอู๋จี้ถูกแรงระเบิดกระเด็นถอยหลังไปสิบก้าว เลือดสีดำไหลออกมาจากมุมปาก แต่ดวงตาของเขากลับยิ่งบ้าคลั่งขึ้น
"รสชาติของสวรรค์... อร่อยดีนี่"
เขากลืนเลือดของตัวเองลงไปแล้วพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง
สงครามระหว่างมารผู้กลับชาติมาเกิดกับเจตจำนงสวรรค์... ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วต่อหน้าคนทั้งแคว้น!
และไม่ว่าใครจะชนะ ประวัติศาสตร์ของโลกใบนี้จะต้องถูกเขียนขึ้นใหม่!
